Login
-
 view (285 )     comment (3 )     last update : 9/6/2019 6:27:17 PM
pup
แค่อยาก....เล่า ^^

ตลอดระยะเวลา ๑๘ ปีที่ผ่านมากับชีวิตการทำงานของฉัน ณ พื้นที่ อำเภอสวนผึ้ง



เริ่มต้น ณ วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๔๔ หลังจากจบการศึกษา ระดับ ประกาศนียบัตร



สาธารณสุขศาสตร์ (สาธารณสุขชุมชน) ก้าวแรกที่คิด คือ ระยะเวลาเรียน



เพียงแค่ ๒ ปีฉันจะทำอะไรได้



 



พื้นที่อำเภอสวนผึ้งก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยรู้จักมันเลย มีพื้นที่ให้เลือก ๓ อำเภอ ในตอนนั้น



คิดแต่เพียงว่าไม่อยากทำงานใกล้บ้าน  อยากเปลี่ยนบรรยากาศหาอะไรแปลก ๆ ทำดูบ้าง



พื้นที่ห่างไกลที่สุดนี่แหล่ะที่ฉันเลือกที่จะไป  เมื่อก่อนความเข้าใจของฉัน คือ หมอที่ชาวบ้าน



เรียกนั้น  ก็คงจะเหมือนหมอที่อยู่ตาม โรงพยาบาลทั่วไปนั่นแหล่ะ  จนได้รู้ก็ตอน



หนีบใบประกาศแล้วมานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ในสถานที่ ๆ ถูกเรียกว่าสถานีอนามัย



แล้วมีชาวบ้านมารับการรักษาแล้วเรียกเราว่า “หมอ” นี่เอง



สถานีอนามัยแรกที่ได้ไปอยู่เป็นอนามัยเล็ก ๆ ตั้งอยู่ชายแดนเลยทีเดียว 



รับผิดชอบเพียง ๒ หมู่บ้านแต่กินพื้นที่กว้างมาก  บางกลุ่มบ้านรถยนต์ธรรมดา



ไม่สามารถเข้าไปถึงได้ต้องใช้ผู้ชำนาญเส้นทางจริง ๆ เท่านั้น



แต่ระยะเวลาการทำงานที่นั่นแค่เพียงปีเดียว  ฉันสามารถทำความรู้จักชาวบ้าน



ได้ทุกหลังคาเรือน  ไม่ว่าหน่วยงานไหนจะเข้ามาหาบ้านใครฉันสามารถพาไปได้



ทุกหลังคา ฉันมีความสุขกับการทำงานที่นี่มากแต่แล้วก็มีเหตุให้ต้องย้ายไปที่ใหม่



แต่ยังคงอยู่ในอำเภอสวนผึ้ง



สถานีอนามัยแห่งที่สองนี้เป็นสถานีอนามัยประจำตำบลขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นสถานีอนามัย



ประจำอำเภอเลยก็ว่าได้  ตั้งอยู่ในตัวอำเภอ รับผิดชอบ ๔ หมู่บ้าน  ระยะเวลา ๑๐ ปี



กับการทำงานที่นี่ช่างแตกต่างกับพื้นที่เดิมมากนัก  ทั้ง ๆ ที่หน้างานก็ ส่งเสริมฯ  ป้องกัน 



รักษาและฟื้นฟูสภาพเหมือนกัน ฉันมีหน้าที่รับผิดชอบหมู่บ้านครบทั้ง ๔ หมู่บ้านหมุนเวียนไป



ในแต่ละปี ทำให้ก็พอรู้ว่าบ้านใครอยู่ตรงไหนแต่ระยะเวลาที่ยาวนานไม่ได้ช่วยให้ฉันจำได้



ทุกหลังคาเรือนเหมือนตอนอยู่ที่แรก เหตุผลเพราะอะไรจนทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ได้ 



หรืออาจเป็นเพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชุมชนเมืองที่มีฐานะทางสังคมค่อนข้างเหลื่อมล้ำ



ทำให้บางบ้านเราไม่สามารถเข้าถึงได้เลยก็เป็นได้  ระยะเวลาที่อยู่ที่นี่มีความสุขกับการทำงาน



ตามสภาพ แต่คิดว่าความรู้ความสามารถที่มีคงไม่เพียงพอ ปี ๒๕๕๒ มีโอกาสได้สอบ



เพื่อไปเรียนพยาบาลจึงไม่รอช้า กลับมาพร้อมกับปริญญาพยาบาลศาสตร์บัณฑิต



อย่างเต็มภาคภูมิ และเป็นโอกาสดีที่ได้เรียนเวชปฏิบัติต่อเนื่องเลยทันที  พร้อม ๆ กับ



ความเปลี่ยนแปลงของสถานีอนามัยที่ถูกยกระดับให้เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล



ทั้ง ๆ ที่ คน  งาน  ของเท่าเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง  แต่ต้องต่อสู้กับความคาดหวัง



ของชาวบ้านที่เปลี่ยนไป  ชีวิตหมออนามัยอย่างฉันเปลี่ยนแปลงอีกครั้งเมื่อต้อง



ย้ายที่ทำงานใหม่  ตามนโยบายเกลี่ยคนให้เหมาะกับงาน



สถานีอนามัยแห่งที่สาม  ที่กลับกลายเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตามนโยบาย



สร้างภาพของรัฐบาลหนึ่ง  แต่ก็รู้ในกมลสันดานเดิมก็สถานีอนามัยนั่นแหล่ะ  จริง ๆ



ฉันชอบคำว่าสถานีอนามัยมากกว่า  หรือเอาจริงชอบคำว่า "สุขศาลา" เดิม ๆ มากกว่า



แต่เกิดไม่ทันไง   ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ทำงานล่าสุดของฉันจนถึงทุกวันนี้  ด้วยเหตุผลที่ว่า



ตั้งอยู่ท่ามกลางศูนย์รวมแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอสวนผึ้ง  ไม่ว่าจะเป็นน้ำตก 



ธารน้ำร้อน  สวนพฤกษศาสตร์ธรรมชาติวิทยาฯ  จึงจำเป็นต้องมีพยาบาลวิชาชีพมาประจำการ



เพื่อดูแลให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่ตลอดระยะเวลา ๓ – ๔ ปีที่ผ่านมาได้หลั่งไหลเข้ามา



เป็นจำนวนมาก “ไปไหน...ไปสวนผึ้ง  ไปทำไม.... ไปดูแกะ” ก็ไม่รู้เป็นแกะไปได้ยังไง??? 



แต่ฉันพบว่าพื้นที่ในความรับผิดชอบเพียงแค่ ๑ หมู่บ้าน  การทำงานช่างแตกต่างจากสองแห่ง



ที่ได้ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง  ระยะเวลา ๖ ปีที่ทำงานที่นี่ฉันกลับมีความรู้สึกว่าฉันไม่รู้จักใครเลย???



คงเนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกลุกล้ำด้วยรีสอร์ท  จนแทบไม่เหลือบ้านของคนในพื้นที่ 



ฉันมีความรู้สึกว่าการทำงานของฉันมันช่างยากลำบากขึ้นทุกวัน  แต่เป็นความลำบาก



ที่สนุกสนานเสมอ ไว้จะมาเล่าให้ฟังต่อนะคะ ^^


ความคิดเห็น
ผู้แสดงความคิดเห็น

ประทับใจกับเรื่องราวทั้งหมดที่ถ่ายทอดมาให้อ่านครับ ... รู้สึกดีที่ได้อ่านเรื่องของใครก็ตามที่มีโอกาสได้รับใช้สังคมเช่นนี้ ดูเหมือนว่าแต่ละนาทีที่ผ่านไปนั้นอาชีพของใครคนหนึ่งสามารถทำประโยชน์ให้กับผู้คนได้เป็นจำนวนมากๆ ในขณะที่มีบางชีวิตปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่แยแส

หนึ่งนาทีของอาชีพที่เสี่ยงต่อการมีลมหายใจของใครนั้นค่อนข้างมีความหมายต่อสังคมมากๆครับ ยินดีที่ได้อ่านเรื่องราวที่เต็มไปด้วยการเสียสละในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้สะดวกสบายนัก แถมยังเสี่ยงต่อภัยมืด(โรคภัยไข้เจ็บตามชายแดน)ที่พร้อมเล่นงานทุกคนได้ตลอดเวลา

อาชีพแพทย์ พยาบาล ครู ทหาร หน่วยบรรเทาสารธรณภัย เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ตำรวจชายแดน พนักงานดับเพลิง และอีกหลายอาชีพที่ต้องช่วยเหลือผู้คนและสังคม (หลายอาชีพมากกว่านีแต่ผมยกตัวอย่างมาไม่ได้ทั้งหมด)คืออาชีพที่ผมขอ “คารวะ” ด้วยใจจริง เพราะพวกเขาเหล่านั้น “มีใจ” ที่จะช่วยสังคมให้มีคุณค่า มีชีวิต สามารถต่อลมหายใจได้โดยมีความหวังมากขึ้น

Pup อย่ารอช้าครับ หากมีเรื่องราวใน “ภาคต่อ” หรือ EP ที่เพิ่มมากขึ้นก็เอามาถ่ายทอดกัน เรื่องดีๆ เรื่องน่ารักของการช่วยเหลือกันและกันแบบนี้ผมขอติดเครดิตว่า “ยอดเยี่ยม” ให้ด้วยความเต็มใจครับ
แสดงความคิดเห็นเมื่อ : 9/7/2019 12:48:33 AM
ผู้แสดงความคิดเห็น

ขอบคุณค่ะ....มีเวลาจะมาเล่าต่อเรื่อย ๆ ค่ะอย่างน้อยก็ยังมีคุณที่เข้ามาอ่าน ^^
แสดงความคิดเห็นเมื่อ : 9/7/2019 4:13:02 PM